วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

           วิธีการเลือกซื้ออาหารกระป๋อง
  • สังเกตลักษณะของกระป๋องถ้าด้านบนหรือด้านล่างมีรอยปูดหรือบุบ แสดงว่าอาหารในกระป๋องเสียหรือเสื่อมคุณภาพแล้ว
  • ใช้นิ้วดีดบนกระป๋องแล้วสังเกตผังเสียงที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นอาหารกระป๋องจำพวกผลไม้ เสียงที่เกิดขึ้นควรเป็นเสียงดังกังวานจึงจะดีแต่ถ้าเป็นอาหารกระป๋องจำพวกผัก เนื้อ ปลา ควรมีเสียงหนักๆ ซึ่งแสดงว่าอาหารในกระป๋องยังสดดี
  • สังเกตวันหมดอายุ หรือวันที่ผลิตซึ่งระบุไว้บนฝากระป๋องเหนือใต้กระป๋อง
  • ถ้าซื้อมาแล้วเปิดออกพบว่า ภายในกระป๋องมีฟองอากาศ ไม่ควรรับประทาน
  • ถ้าเติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยจะช่วยให้รสชาติดีขึ้น
  •           นาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก
    นาฬิกาแดด นาฬิกาทรายนับเป็นนาฬิกายุคแรกของมนุษย์เรา ประเทศจีนสามารถประดิษฐ์เครื่องคำนวณเวลาได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ก่อนชาวยุโรปประมาณ 200 ปี และได้พัฒนาเรื่อยมาจากนาฬิกาไขลานเป็นนาฬิกาใช้ถ่านไฟฉายและนาฬิกาควอทซ์ในปัจจุบัน นาฬิกาที่คนเราประดิษฐ์ให้เล็กลงก็เพื่อสะดวกในการพกติดตัว โดยใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือมีสายเชือกคล้องไว้ที่คอ จนกระทั่งปี ค.ศ.1809 พระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศสไดบัญชาให้ช่างทำนาฬิกาที่สามารถผูกไว้กับข้อมือเพื่อประทานแก่มเหสีของพระองค์ นับเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก

    วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

    ชนิดของหนังสือเดินทางประเทศไทย






    ชนิดของหนังสือเดินทางประเทศไทย

    หนังสือเดินทางประเทศไทย เริ่มจากบนซ้ายตามเข็มนาฬิกา ประเภทธรรมดา ทาง ราชการ ทางการทูต และเดินทางชั่วคราว

    หนังสือเดินทางประเทศไทยในปัจจุบันมี 4 ประเภท ดังนี้
    หนังสือเดินทางธรรมดา (หน้าปกสีแดงเลือดหมู)

    ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป หนังสือเดินทางมีอายุไม่เกิน 5 ปีหนังสือเดินทางราชการ (หน้าปกสีน้ำเงินเข้ม)

    หนังสือเดินทางมีอายุไม่เกิน 5 ปี ผู้ถือต้องใช้ในราชการเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในการเดินทางส่วนตัว โดยมีข้อกำหนดออกเฉพาะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกรัฐสภาซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ และบุคคลอื่นใดที่เดินทางเพื่อทำประโยชน์แก่ทางราชการตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุมัติหนังสือเดินทางทูต (หน้าปกสีแดงสด)

    ประเภทนี้จะมีอายุไม่เกิน 5 ปี ไม่สามารถต่ออายุเพิ่มได้ มีข้อกำหนดออกให้เฉพาะบุคคลดังต่อไปนี้

    1. พระบรมวงศ์และพระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    2. พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าและคู่สมรส
    3. พระราชวงศ์และบุคคลสำคัญที่ราชเลขาธิการขอไปเป็นกรณีพิเศษ
    4. ประธานองคมนตรี และองคมนตรี
    5. นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี
    6. ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา
    7. ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และประธานศาลอุทธรณ์
    8. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด
    9. อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
    10. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
    11. ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ
    12. ข้าราชการที่มีตำแหน่งทางการทูต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ ส่วนราชการในต่างประเทศ คู่สมรส และบุตรในประเทศที่ประจำอยู่หรือทำการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี
    13. คู่สมรสที่ร่วมเดินทางไปกับบุคคลดังกล่าวในข้อ 2-8
    14. บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ หรือภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจำเป็น หรือเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศไทย
    หนังสือเดินทางชั่วคราว (หน้าปกสีเขียว)

    นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ประเภทพิเศษ คือ

    หนังสือเดินทางพระ

    ออกให้สำหรับพระภิกษุและสามเณรที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม

    หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์

    ออกให้ชาวมุสลิมที่เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ หนังสือเดินทางประเภทนี้จะมีอายุ 2 ปีเท่านั้น

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org/


    ปิดเทอม์ที่ผ่านมาได้ไปทำงานที่  MK  มาด้วยการทำงานก็ดีโดนว่าบ้างโดนชมบ้างแถมยังได้เพื่อนใหม่

    วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

    เลโอนาร์โด ดา วินชี
    เลโอนาร์โด ดา วินชี (อิตาลี: Leonardo da Vinci) เป็นชาวอิตาลี (เกิดที่เมืองวินชี วันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1452 - เสียชีวิตที่เมืองออมบัวซ์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1519) เป็นอัจฉริยบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น เช่น พระกระยาหารมื้อสุดท้าย และ โมนา ลิซ่า งานของ ดา วินชี ยังสร้างคุณประโยชน์กับวิชากายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ รวมถึงวิศวกรรมโยธา ด้วยความที่เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณที่รักในศาสตร์หลายแขนง เลโอนาร์โดทำให้เกิดจิตวิญญาณของสหวิทยาการในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และกลายเป็นบุคคลสำคัญของยุคนั้น
    ประวัติ
    เลโอนาร์โด เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยที่ที่เขาเกิดอยู่ห่างจากหมู่บ้านวินชี ในประเทศอิตาลี ไปราวสองกิโลเมตร บิดาชื่อนายแซร์ ปีเอโร ดา วินชี เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารของรัฐ มารดาชื่อคาตารีนา เป็นสาวชาวนา เคยมีคนอ้างว่านางคาตารีนาเป็นทาสสาวจากประเทศแถบตะวันออกในครอบครองของปีเอโร แต่ก็ไม่มีหลักฐานเด่นชัด
    ในสมัยนั้นยังไม่มีมาตรฐานการเรียกชื่อและนามสกุลที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ทำให้ชื่อและนามสกุลของดา วินชี ที่แท้จริงคือ เลโอนาร์โด ดิ แซร์ ปีเอโร ดา วินชี ซึ่งหมายความว่า เลโอนาร์โด บุตรชายของปีเอโร แห่ง วินชี แต่เลโอนาร์โดเองก็มักจะลงลายเซ็นในงานของเขาอย่างง่ายๆว่า เลโอนาร์โด หรือไม่ก็ ข้าเอง เลโอนาร์โด เอกสารสำคัญส่วนใหญ่ระบุว่าผลงานของเขาเป็นของ เลโอนาร์โด โดยไม่มี ดา วินชี พ่วงท้าย ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้ใช้นามสกุลของบิดาเนื่องจากเป็นบุตรนอกสมรสนั่นเอง

    เลโอนาร์โด ดา วินชี

    ภาพวาดตนเองเขียนขึ้นราว ค.ศ. 1512-15151 จากหอสมุดหลวงแห่งตูริน
    เกิด15 เมษายน ค.ศ. 1452
    เมืองวินชี จังหวัดฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
    ตาย2 พฤษภาคม ค.ศ. 1519
    เมืองออมบัวซ์ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศฝรั่งเศส)
    สัญชาติอิตาลี
    อาชีพสถาปนิก นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ
    โดดเด่นด้านโมนา ลิซ่า
    พระกระยาหารมื้อสุดท้าย
    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส
    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน

    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
    Musée du Louvre
    Louvre at night centered.jpg
    ข้อมูลทั่วไป
    ที่ตั้งปารีส แคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์
    ประเทศธงชาติของฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศส
    การก่อสร้าง
    ปีสร้างค.ศ. 1793
    ผู้สร้าง* พระเจ้าฟีลิปที่ 2 (พระราชวัง)
    * พระเจ้าชาร์ลที่ 5 (กำแพง)
    * พระเจ้าอ็องรีที่ 2 (ฝั่งตะวันตกและใต้)
    ขนาด160,106 ตารางเมตร
    ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
    สถาปนิก* ปีแยร์ เลโก (ปรับปรุง)
    * ไอ.เอ็ม. เป (พีระมิด)
    ผู้ตกแต่งภายใน* ฌ็อง กูฌง
    สวนสวนตุยเลอรี
    ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
    สิ่งที่น่าสนใจ* พิพิธภัณฑ์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก
    * มีผลงานกว่า 380,000 ชิ้น
    เว็บไซต์www.louvre.fr
    หมายเหตุเปิดในฐานะพิพิธภัณฑ์เมื่อปี พ.ศ. 2336
    มีผู้ชม 6,894,000 ราย (พ.ศ. 2547)
    มีผู้ชม 7,553,000 ราย (พ.ศ. 2548)
    มีผู้ชม 8,348,000 ราย (พ.ศ. 2549)
    โมนาลิซา
    โมนาลิซา (อังกฤษ: Mona Lisa) หรือ ลาโชกงด์ (ฝรั่งเศส: La Gioconda, La Joconde) คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร วาดโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง พ.ศ. 2046 (ค.ศ. 1503) ถึงปี พ.ศ. 2050 (ค.ศ. 1507) เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มี รอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
    ที่มาของชื่อ
    คำว่า'โมนาลิซา" นั้น ได้ถูกตั้งขึ้นโดย จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) ศิลปิน และนักชีวประวัติชาวอิตาลี หลังจากดา วินชีได้เสียชีวิตไป 31 ปี ในหนังสือที่เขาตีพิมพ์นั้นได้บอกไว้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ในรูปนั้นคือ ลีซา เกอราร์ดีนี ภรรยาของขุนนางนักธุรกิจไหมผู้มั่งคั่ง ชาวเมืองฟลอเรนซ์นามว่า ฟรานเชสโก เดล โจกอนโด (Francesco del Giocondo)
    คำว่า โมนา" (Mona) ในภาษาอิตาลีนั้นก็คือคำว่า มาดอนนา (madonna) คุณผู้หญิง (my lady) หรือ มาดาม (Madam) ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นความหมายของชื่อนั้นก็คือ "มาดาม ลิซา" แต่ในปัจจุบัน บางครั้งก็จะใช้คำว่า มอนนา ลิซา (Monna Lisa)
    ประวัติ
    ภาพโมนาลิซ่านี้ถูกวาดโดย ดา วินชี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2046 ถึง พ.ศ. 2050 ใช้เวลานานถึง 4 ปีในการวาด
    ในปี ค.ศ. 1516 (พ.ศ. 2059) ดา วินชีได้นำภาพจากอิตาลีไปที่ฝรั่งเศส ด้วยพระราชประสงค์ของพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 ที่ทรงปรารถนาที่จะให้ศิลปินทั้งหลายมารวมตัวทำงานกันที่ Clos Lucé ใกล้กับปราสาทในเมืองอัมบัวส์ และยังทรงให้ ดา วินชี วาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อีกด้วย หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงซื้อภาพโมนาลิซ่า ในราคา 4,000 เอกือ
    ในปี ค.ศ. 1519 (พ.ศ. 2062) ดา วินชี ได้เสียชีวิตที่เมืองอัมบัวส์ ประเทศฝรั่งเศส รวมอายุได้ 67 ปี

    ใบหน้าของมาดามลิซ่า
    ตอนนที่ ดา วินชี เสียชีวิตแล้วได้ยกสมบัติและภาพวาดทั้งหมดให้เป็นมรดกของผู้ติดตามของเขา ฟรานเซสโก เมลซิ (Francesco melci) และเมื่อฟรานเซสโก เมลซิ เสียชีวิตลงก็ไม่ได้ยกมรดกให้ใคร มรดกก็เริ่มกระจัดกระจาย
    และต่อมาภาพโมนาลิซ่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ พระราชวังฟงเตนโบล ต่อมาก็ในพระราชวังแวร์ซาย หลังจากสิ้นสุดการปฏิวัติฝรั่งเศส ก็ถูกไปนำเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในห้องสรงของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในพระราชวังตุยเลอรี แล้วในที่สุดก็ได้กลับมาที่พิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม
    ห้องแสดงในพิพิธภัณฑ์
    ในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ระหว่างปี พ.ศ. 2413 - 2414 ภาพได้ถูกนำออกจากพิพิธภัณฑ์ ไปซ่อนไว้ในที่ลับในประเทศฝรั่งเศส
    เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ภาพโมนาลิซ่าถูกโจรกรรมออกจากพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว่าจะค้นพบเธอก็ได้ใช้เวลาไปถึง 2 ปี ซึ่งได้พบในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ปัจจุบันเธอถูกดูแลรักษาอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ อันเป็นเครื่องหมายสากลว่า โมนา ลิซา จะไม่มีวันที่จะได้เคลื่อนย้ายไปแสดงที่ไหนอีกเป็นเด็ดขาด
    ทฤษฎีสมทบ
    กล่าวกันว่าภาพวาดนี้ ดา วินซี ตั้งใจจะวาดภาพของตนเองเพื่อเป็นหญิง และภาพวาดชิ้นนี้เมื่อส่องกับกระจกเงา จะพบว่ามุมการมองภาพรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่แตกต่างจากการมองแบบปกติ เหมือนที่ ดา วินชี กล่าวไว้ว่า "ภาพเขียนที่จิตรกรจะคิดว่าสวยงามในทุกๆด้านและทุกๆมุมมอง ต้องพิจารณาภาพภาพในกระจกเงา" และจากการฉายรังสีที่ภาพวาด ทำให้พบว่าภาพเขียนนี้ถูกซ่อนเจตนาที่แท้จริงหลายอย่าง และยังเคยถูกเขียนทับอีกด้วย
    อ้างอิง
  • Marani p. 183


  • David Alan Brown. Quoted in “A Work in Progress,” 2000 , This Day Online, [www.thisdayonline.com/archive/2003/01/12/20030112art03.html


  • Pietro C. Marani , leonardo da Vinci : The Complete Paintings (New York : Harry N. Abrams, Inc., 1999 ; 2003 ed.) , p. 198-199